
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมตรวจพื้นที่ชายแดนจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยมี พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร นายด่านศุลกากรในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยในที่ประชุมได้รายงานแผนสกัดกั้นชายแดนของกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย รวมถึงมาตรการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยปัจจุบันได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ลงเรือลาดตระเวนสำรวจพื้นที่จริงตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีระยะทางกว่า 105 กิโลเมตร การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งประเมินจุดเสี่ยง ตรวจสอบท่าข้าม และติดตามช่องทางที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด รวมถึงการแฝงตัวหรือหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสมีแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียยาวถึง 184 กิโลเมตร โดยเป็นชายแดนทางน้ำประมาณ 105 กิโลเมตร ทำให้มีช่องทางธรรมชาติและท่าข้ามจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เช่น เนื้อกระบือนำเข้าหลายพันตัน จังหวัดจึงกำหนดมาตรการอย่างชัดเจนว่า หากพบท่าข้ามใดมีการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการ “ปิดทันทีและปิดถาวร” ขณะเดียวกันยังคงอนุโลมให้ท่าข้ามที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมน้ำสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้ช่องทางผ่านด่านศุลกากรอย่างถูกต้อง ได้แก่ ด่านตากใบ ด่านสุไหงโกลก และด่านบูเกะตา
————————————